บทความ / สาระน่ารู้

,

Magnesium: กุญแจลับของ 300 เอนไซม์ในร่างกาย

แมกนีเซียม (Magnesium) เป็นแร่ธาตุที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับกระบวนการทำงานของเอนไซม์ในร่างกายมากกว่า 300 ชนิด ตั้งแต่การสร้างพลังงานไปจนถึงการทำงานของระบบประสาทและกล้ามเนื้อ

ทำไมร่างกายถึงขาดแมกนีเซียมไม่ได้?

แมกนีเซียมมีบทบาทหลัก ๆ ดังนี้:

ผ่อนคลายกล้ามเนื้อ: ทำงานคู่กับแคลเซียม (แคลเซียมช่วยให้กล้ามเนื้อหดตัว ส่วนแมกนีเซียมช่วยให้คลายตัว) ลดการเกิดตะคริว

ระบบประสาทและการนอน: ช่วยควบคุมสารสื่อประสาทที่ส่งผลต่อการนอนหลับและการผ่อนคลาย ลดความวิตกกังวล

การผลิตพลังงาน: ช่วยเปลี่ยนอาหารที่เรากินให้กลายเป็นพลังงานในระดับเซลล์

สุขภาพหัวใจและกระดูก: ช่วยรักษาจังหวะการเต้นของหัวใจให้ปกติ และเป็นส่วนประกอบสำคัญของมวลกระดูก

 สัญญาณเตือนเมื่อร่างกาย “ขาด” แมกนีเซียม

หากร่างกายได้รับแมกนีเซียมไม่เพียงพอ อาจส่งผลดังนี้:

  • กล้ามเนื้อกระตุกหรือเป็นตะคริว: โดยเฉพาะบริเวณน่องหรือใต้ตา

  • นอนไม่หลับ หรือหลับไม่ลึก: รู้สึกเพลียแม้จะนอนนานแล้ว

  • ปวดหัวไมเกรน: งานวิจัยพบว่าผู้ที่เป็นไมเกรนมักมีระดับแมกนีเซียมในเลือดต่ำ

  • อ่อนเพลีย: รู้สึกไม่มีแรงและเฉื่อยชา

 เลือกทานแบบไหนให้ “ดูดซึมดี” ที่สุด?

ในท้องตลาดมีแมกนีเซียมหลายฟอร์ม ซึ่งประสิทธิภาพแตกต่างกันชัดเจน:

  • Magnesium Amino Acid Chelate (เช่น Glycinate): ดีที่สุด สำหรับการดูดซึม อ่อนโยนต่อท้อง ไม่ทำให้ท้องเสีย เหมาะสำหรับคนต้องการช่วยเรื่องการนอนและคลายเครียด

  • Magnesium Citrate: ดูดซึมได้ดีรองลงมา มักใช้ในผู้ที่มีปัญหาท้องผูกร่วมด้วย

  • Magnesium Oxide: ดูดซึมได้น้อยที่สุด (ประมาณ 4%) มักพบในอาหารเสริมราคาถูกหรือใช้เป็นยาระบาย

แหล่งอาหารตามธรรมชาติ

หากต้องการรับแมกนีเซียมจากอาหารจริง ๆ ควรเน้น

  • ถั่วและธัญพืช: เมล็ดฟักทอง, อัลมอนด์, เม็ดมะม่วงหิมพานต์

  • ผักใบเขียว: ผักโขม, คะน้า (เพราะแมกนีเซียมเป็นส่วนประกอบของคลอโรฟิลล์)

  • ดาร์กช็อกโกแลต: (70% ขึ้นไป) เป็นแหล่งแมกนีเซียมที่อร่อยและได้ประโยชน์สูง

  • กล้วยและอะโวคาโด: เป็นผลไม้ที่อุดมไปด้วยแมกนีเซียมสูงและโพแทสเซียม ช่วยบำรุงกล้ามเนื้อ ประสาท และลดความเครียด

 
*ข้อควรระวังในการทาน*

ผู้ป่วยโรคไต: ควรปรึกษาแพทย์ก่อนทานอาหารเสริมแมกนีเซียมทุกชนิด

ต้องการปรึกษาเภสัชกร แอดไลน์ : @tlepharmacy หรือ คลิ๊ก