หลายคนอาจมองว่าการทาครีมกันแดดเป็นเพียงขั้นตอนความงามเสริม หรือจะทาเฉพาะวันที่ต้องออกแดดจัดๆ เท่านั้น แต่ในความเป็นจริง “ครีมกันแดด” คือยารักษาชะลอวัยชั้นดีและเป็นเกราะป้องกันสุขภาพผิวที่ไม่ควรมองข้ามเด็ดขาด
1.ทำไมผิวเราถึงต้องมี “ครีมกันแดด”?
รังสีอัลตราไวโอเลต (UV) จากดวงอาทิตย์ แบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลักที่ส่งผลต่อผิวเราโดยตรง:
- UVA (Aging): มีความยาวคลื่นสูง สามารถทะลุกระจกและชั้นผิวหนังแท้ได้ ส่งผลให้คอลลาเจนและอีลาสตินถูกทำลาย เกิดเป็นริ้วรอย ความเหี่ยวย่น และจุดด่างดำ (Photoaging)
- UVB (Burning): มีพลังงานสูงกว่า ทำลายผิวชั้นนอก ทำให้เกิดอาการผิวไหม้แดด (Sunburn) แสบร้อน และเป็นปัจจัยหลักในการกระตุ้นเซลล์ผิวหนังให้ mutations จนนำไปสู่ มะเร็งผิวหนัง
2.ไขความลับตัวเลข SPF และ PA+++
เวลาเลือกซื้อครีมกันแดด เรามักจะเห็นตัวเลขและสัญลักษณ์ต่างๆ ซึ่งมีความหมายดังนี้:
- SPF (Sun Protection Factor): ป้องกัน UVB (ตัวการผิวไหม้ แสบแดง และมะเร็งผิวหนัง)
- SPF 30 กัน UVB ได้ ~96.7%
- SPF 50 กัน UVB ได้ ~98%
- SPF 50+ กัน UVB ได้มากกว่า 98% ขึ้นไป (กฎหมายฉลากของ อย. ไทย กำหนดให้กันแดดที่มีค่า SPF ตั้งแต่ 50 ขึ้นไป แสดงบนฉลากได้สูงสุดคือ “SPF 50+”)
- ข้อเท็จจริง: SPF 50 ไม่ได้กันแดดได้ดีเป็น 2 เท่าของ SPF 25 แต่ช่วยกรองปริมาณรังสีได้ดีกว่าในสภาวะที่คนส่วนใหญ่ “ทากันแดดไม่หนาพอ”
- PA (Protection Grade of UVA): ป้องกัน UVA (ตัวการฝ้า กระ จุดด่างดำ และริ้วรอยชะลอวัย/Photoaging)
- UVA ในไทยมีตลอดวันและทะลุกระจกอาคาร/กระจกรถยนต์ได้
- PA+++ (ค่า PFA 8–16): ป้องกัน UVA ได้ดี เหมาะกับการอยู่ในร่ม
- PA++++ (ค่า PFA 16 ขึ้นไป): ป้องกัน UVA ได้สูงสุด เหมาะสำหรับแดดเมืองไทยที่เน้นเรื่องกันแก่และกันหน้าหมอง
*ไกด์การเลือกตามไลฟ์สไตล์ในประเทศไทย*
แบบที่ 1: สายทำงานในออฟฟิศ / เรียนในห้องแอร์ (Everyday Indoor)
- บริบท: เดินทางเข้า-ออกอาคาร เจอแดดตอนเช้า/เย็น หรือนั่งใกล้หน้าต่าง/ทำงานหน้าจอ
- ค่าที่เหมาะสม: SPF 30 ถึง SPF 50 / PA+++
- คำแนะนำ: ไม่จำเป็นต้องใช้ SPF สูงโอเวอร์หรือเนื้อหนักมาก เน้นเนื้อสัมผัสเบาสบายผิว สบายหน้าตลอดวัน และไม่ก่อให้เกิดการอุดตัน
แบบที่ 2: สายเดินทาง / ขับรถ / ออกไปทานข้าวกลางแจ้ง (Indoor + Outdoor Activity)
- บริบท: ต้องเดินตากแดดช่วงกลางวัน โดนแดดผ่านกระจกรถยนต์ หรือมีเหงื่อออกบ้าง
- ค่าที่เหมาะสม: SPF 50 / PA++++
- คำแนะนำ: ควรเลือกสูตรที่เน้น Photostability (มีความเสถียรสูงเมื่อเจอแดดแรง) และเพิ่มคุณสมบัติกันเหงื่อเบาๆ เพื่อไม่ให้กันแดดไหลย้อยคราบขาวเมื่อเดินผ่านแดดเมืองไทย
แบบที่ 3: สายทำกิจกรรมกลางแจ้ง / เล่นกีฬา / เที่ยวทะเล (Outdoor / Water Sports)
- บริบท: โดนแดดตรงๆ เกิน 1–2 ชั่วโมง เหงื่อออกมาก หรือสัมผัสกับน้ำ
- ค่าที่เหมาะสม: SPF 50+ / PA++++
- คุณสมบัติบังคับ: ต้องระบุว่า Water Resistant (กันน้ำได้ 40 นาที) หรือ Very Water Resistant (กันน้ำได้ 80 นาที)
3.ทาอย่างไรให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุด?
1. ปริมาณต้องถึง: สำหรับใบหน้าและคอ ควรใช้ปริมาณ 2 ข้อนิ้วชี้ หรือขนาดเท่า เหรียญ 10 บาท หากทาน้อยเกินไป ค่า SPF ที่ระบุไว้บนขวดจะลดลงอย่างมาก
2.ลงก่อนออกแดด: หากเป็น Chemical Sunscreen ควรทาก่อนออกแดดอย่างน้อย 15-30 นาที
3.เติมระหว่างวัน: หากทำกิจกรรมกลางแจ้งหรือมีเหงื่อออกมาก ควรทาซ้ำทุกๆ 2 ชั่วโมง
สรุป
การทาครีมกันแดดเปรียบเสมือนการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุดในการดูแลผิว เพราะการป้องกันไม่ให้คอลลาเจนถูกทำลายนั้นง่ายและประหยัดกว่าการรักษาฝ้า กระ หรือริ้วรอยในภายหลัง เริ่มต้นทาครีมกันแดดเป็นประจำทุกวันตั้งแต่วันนี้ เพื่อสุขภาพผิวที่แข็งแรงและอ่อนเยาว์ไปนานๆ
รู้หรือไม่? แสงไฟในบ้าน สัญญาณ Wi-Fi หรือหน้าจอคอมพิวเตอร์ไม่ได้ปล่อย UV ในระดับที่ทำร้ายผิวเหมือนแสงแดด แต่ แสงสีฟ้า (Blue Light) จากหน้าจอโทรศัพท์และคอมพิวเตอร์สามารถกระตุ้นให้เกิดเม็ดสีฝ้ากระลึกลงในชั้นผิวได้เช่นกัน
Reference
Japan Cosmetic Industry Association. (2013). JCIA Measurement Standard for UVA Protection Efficacy. JCIA Technical Guidelines.
Sander, C. S., Chang, H., Salzmann, S., Müller, C. S., Ekanayake-Mudiyanselage, S., Elsner, P., & Thiele, J. J. (2002). Photoaging and photodamage. Journal of Dermatology, 29(12), 773–782. https://doi.org/10.1111/j.1346-8138.2002.tb00158.x
Skin Cancer Foundation. (2022). All about sunscreen: The science, types and how to use it. https://www.skincancer.org/skin-cancer-prevention/sun-protection/sunscreen/
ต้องการปรึกษาเภสัชกร แอดไลน์ : @tlepharmacy หรือ คลิ๊ก 

