บทความ / สาระน่ารู้

เจาะลึก Silicone Gel Sheet: นวัตกรรมแผ่นซิลิโคนแปะเพื่อการยับยั้งและรักษาแผลเป็นนูน

นอกเหนือจากซิลิโคนชนิดทา (Topical Silicone Gel) แล้ว แผ่นซิลิโคนแปะ (Silicone Gel Sheet) ถือเป็นอีกหนึ่งรูปแบบของ Gold Standard ที่ได้รับการยอมรับในระดับสากลมายาวนาน โดยเฉพาะการดูแลแผลเป็นที่มีขนาดใหญ่ แผลเป็นจากการผ่าตัด หรือแผลเป็นบริเวณผิวหนังสัมผัสเสื้อผ้า

กลไกการทำงานและข้อได้เปรียบทางสรีรวิทยา

แผ่นซิลิโคนทำหน้าที่เป็นสิ่งกีดขวางภายนอก (Physical Barrier) ที่เลียนแบบการทำงานของชั้นผิวหนัง Epidermis โดยมีกลไกสำคัญดังนี้:

  • การเพิ่มแรงกดเบาๆ (Continuous Light Pressure): แผ่นซิลิโคนช่วยให้เกิดแรงกดที่สม่ำเสมอบริเวณเนื้อเยื่อแผลเป็น ซึ่งช่วยลดกระบวนการเกิด Vascularity (เส้นเลือดฝอยขยายตัว) และช่วยให้เนื้อเยื่อคอลลาเจนที่เรียงตัวกระจัดกระจายกลับมาเรียงตัวอย่างเป็นระเบียบ

  • การควบคุมความชุ่มชื้นระดับสูงสุด (Optimal Occlusion): ลดการระเหยของน้ำใต้ชั้นผิว (TEWL) ได้อย่างมีประสิทธิภาพและคงที่ตลอดเวลาที่ปิดแผ่นแปะ ส่งผลให้เซลล์ Keratinocyte ส่งสัญญาณระงับการทำงานของ Fibroblast ในการสร้างคอลลาเจนส่วนเกิน

  • ลดแรงเฉือนและการถูไถ (Shear Force Reduction): ช่วยปกป้องแผลเป็นจากการสัมผัสหรือการเสียดสีกับเสื้อผ้า ซึ่งเป็นตัวการกระตุ้นให้แผลเป็นเกิดการอักเสบ คัน หรือนูนหนาขึ้น

การเลือกใช้ Silicone Sheet (แผ่นแปะซิลิโคน) หรือ Silicone Gel (เจลทาแผลเป็น) ขึ้นอยู่กับตำแหน่ง ขนาดของแผล และไลฟ์สไตล์ในการใช้น้ำหนักที่เหมาะสมต่างกัน โดยสรุปเปรียบเทียบได้ดังนี้ครับ

1. Silicone Sheet (แผ่นแปะซิลิโคน)

  • พื้นที่แผลที่เหมาะสม: เหมาะสำหรับแผลขนาดใหญ่ หรือแผลผ่าตัดยาว เช่น แผลผ่าตัดหน้าท้อง แผลผ่าคลอด หรือแผลตามลำตัว

  • ความสะดวกและริ้วรอย: มองเห็นแผ่นแปะชัดเจน อาจดูไม่สบายตาหากใช้บริเวณนอกร่มผ้า

  • การปกป้องจากเสื้อผ้า: ป้องกันการเสียดสีระหว่างแผลกับเสื้อผ้าได้ดีเยี่ยม

  • วิธีใช้: ต้องแปะติดแผลไว้อย่างน้อย 12–24 ชั่วโมงต่อวัน (ล้างทำความสะอาดแล้วนำกลับมาใช้ซ้ำได้ตามคำแนะนำ)

2. Silicone Gel (เจลทาแผลเป็น)

  • พื้นที่แผลที่เหมาะสม: เหมาะสำหรับแผลบริเวณใบหน้า ข้อต่อ หรือจุดที่มีการเคลื่อนไหวบ่อย ซึ่งแผ่นแปะอาจหลุดได้ง่าย

  • ความสะดวกและริ้วรอย: เนื้อเจลเป็นสีใส เมื่อทาแล้วรอให้แห้งสนิท สามารถแต่งหน้า ทากันแดด หรือลงครีมบำรุงทับได้ทันที

  • การปกป้องจากเสื้อผ้า: อาจถูกเช็ดหรือหลุดลอกออกได้ง่าย หากเสื้อผ้าไปถูไถก่อนที่เจลจะแห้งสนิท

  • วิธีใช้: ทาบางๆ บริเวณแผลเป็นวันละ 2 ครั้ง (เช้า-เย็น)

💡 คำแนะนำเพิ่มเติม

  • บริเวณใบหน้า/คอ/ข้อต่อ: ควรเลือกใช้ Silicone Gel เพราะเนื้อสัมผัสบางเบา แห้งแล้วแต่งหน้าทับได้สะดวก ไม่หลุดร่วงง่ายเวลาร่างกายเคลื่อนไหว

  • บริเวณลำตัว/แผลผ่าตัดใหญ่: ควรเลือกใช้ Silicone Sheet เพราะช่วยให้ความชุ่มชื้นแก่ผิวได้สม่ำเสมอและกดทับแผลเป็นนูนได้ดี รวมถึงช่วยกันการเสียดสีจากเสื้อผ้าได้ดีกว่า

    ข้อควรปฏิบัติและเทคนิคการใช้งาน

  • การปรับตัวของผิวหนัง (Acclimatization): ในช่วงแรกเริ่ม ควรปิดแผ่นซิลิโคนวันละ 4–8 ชั่วโมง แล้วค่อยๆ เพิ่มเวลาขึ้นวันละ 2 ชั่วโมง จนสามารถปิดได้ต่อเนื่อง 12–24 ชั่วโมงต่อวัน เพื่อป้องกันการระคายเคืองหรืออับชื้น

  • การทำความสะอาดและการใช้ซ้ำ: สามารถล้างทำความสะอาดแผ่นซิลิโคนด้วยน้ำสะอาดหรือสบู่อ่อนๆ สัปดาห์ละ 1–2 ครั้ง ผึ่งให้แห้งในร่ม แล้วนำกลับมาใช้ซ้ำได้จนกว่าความเหนียวของแผ่นจะหมดไป (ปกติประมาณ 2–4 สัปดาห์ต่อแผ่น)

  • ข้อห้าม: ห้ามใช้บนแผลเปิดสด แผลที่ยังมีน้ำเหลือง/เลือดซึม หรือแผลติดเชื้อ ต้องรอให้แผลปิดสนิทและตัดไหมเรียบร้อยแล้วเท่านั้น

เอกสารอ้างอิง (References)

  • Monstrey, S., Bremer, J. D., Lapid, O., et al. (2014). Updated scar management practical guidelines: non-invasive and invasive measures. Journal of Plastic, Reconstructive & Aesthetic Surgery, 67(8), 1017–1025.

  • Mustoe, T. A., Cooter, R. D., Gold, M. H., et al. (2002). International clinical recommendations on scar management. Archives of Surgery, 137(12), 1422–1431.

  • Puri, N., & Talwar, A. (2009). The Efficacy of Silicone Gel Sheeting in Hypertrophic Scars and Keloids. Journal of Cutaneous and Aesthetic Surgery, 2(2), 104–106.

  • Berman, B., Maderal, A., & Raphael, B. (2014). Keloid and Hypertrophic Scar Management. The Journal of Clinical and Aesthetic Dermatology, 7(7), 34–50.

ต้องการปรึกษาเภสัชกร แอดไลน์ : @tlepharmacy หรือ คลิ๊ก