ในยุคที่หันไปทางไหนก็เจอแต่โฆษณาผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร หลายคนมักเกิดคำถามว่า “อายุมากแล้ว จำเป็นต้องหาซื้อวิตามินมากินเพิ่มไหม?” บางคนจัดวิตามินกินเองวันละเกือบสิบเม็ดเพราะอยากแข็งแรง แต่อีกมุมหนึ่งก็กังวลว่ากินเข้าไปมากๆ จะไปสะสมจนตับไตพังหรือไม่
แท้จริงแล้ว วิตามินเสริมมีทั้งประโยชน์และโทษหากใช้ไม่ถูกวิธี เรามาแยกแยะความจริงเพื่อการดูแลสุขภาพวัยเก๋าอย่างปลอดภัยกันครับ
วิตามินเสริม: จำเป็นสำหรับผู้สูงอายุจริงไหม?
คำตอบคือ “จำเป็นในบางราย แต่ไม่ใช่ทุกคน”
โดยปกติแล้ว ร่างกายของเราควรได้รับสารอาหารหลักจากอาหาร 3 มื้อเป็นหลัก อย่างไรก็ตาม เมื่ออายุมากขึ้น ร่างกายจะมีการเปลี่ยนแปลงทางสรีรวิทยา เช่น การเคี้ยวกลืนที่ยากขึ้น ความอยากอาหารลดลง และที่สำคัญคือ ประสิทธิภาพการดูดซึมของระบบทางเดินอาหารลดลง ส่งผลให้ผู้สูงอายุมีความเสี่ยงต่อการขาดสารอาหารบางชนิดสูงกว่าวัยอื่น
สารอาหารที่มักพบว่าผู้สูงอายุขาดบ่อยและแพทย์มักแนะนำให้เสริม มีดังนี้:
วิตามินบี 12 (Vitamin B12): เมื่ออายุมากขึ้น กรดในกระเพาะอาหารจะลดลง ทำให้ร่างกายดึงวิตามินบี 12 จากอาหารได้ยากขึ้น การขาดวิตามินบี 12 ส่งผลต่อระบบประสาท ความจำ และทำให้เกิดภาวะโลหิตจางได้
แคลเซียมและวิตามินดี (Calcium & Vitamin D): ผู้สูงอายุสูญเสียมวลกระดูกได้ง่าย และมักไม่ค่อยได้ออกแดด การเสริมแคลเซียมควบคู่กับวิตามินดี (ซึ่งช่วยในการดูดซึมแคลเซียม) จึงจำเป็นเพื่อป้องกันโรคกระดูกพรุนและความเสี่ยงในการแตกหักเมื่อล้ม
ธาตุเหล็ก (Iron): ในรายที่มีภาวะซีดหรือกินเนื้อสัตว์ได้น้อยลง
ข้อควรระวัง: การซื้อวิตามินกินเองตามคำบอกเล่าของคนอื่น โดยที่ร่างกายไม่ได้ขาด อาจกลายเป็นการรับสารอาหารเกินความจำเป็นและเกิดโทษได้
กินอย่างไรไม่ให้เป็นภาระตับและไต?
ตับและไตคือ “โรงงานคัดแยกและกำจัดของเสีย” ของร่างกาย วิตามินและยาขวดทุกเม็ดที่กินเข้าไปจะต้องผ่านกระบวนการเมแทบอลิซึม (การแปรสภาพ) ที่ตับ และขับออกทางไตหรือทางน้ำดี หากกินมากเกินไป โรงงานสองแห่งนี้จะต้องทำงานหนักจนเกิดภาวะตับอักเสบหรือไตเสื่อมได้
เพื่อให้กินได้อย่างปลอดภัย ควรยึดหลัก “3 เช็ก” ดังนี้ครับ:
เช็กประเภทวิตามิน (ละลายในน้ำ vs ละลายในไขมัน)
วิตามินที่ละลายในน้ำ (เช่น วิตามินซี, วิตามินบีรวม): หากร่างกายได้รับเกิน ส่วนใหญ่จะถูกขับออกทางปัสสาวะ จึงสะสมในร่างกายน้อยกว่า แต่หากกินในปริมาณที่สูงเกินไปติดต่อกันนานๆ (เช่น วิตามินซีขนาดสูงกว่า 2,000 มิลลิกรัม/วัน) ก็สามารถเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดนิ่วในไตได้
วิตามินที่ละลายในไขมัน (วิตามิน เอ, ดี, อี, เค): วิตามินกลุ่มนี้ขับออกทางปัสสาวะไม่ได้ หากได้เกินจะไปสะสมที่ตับและเนื้อเยื่อไขมัน เช่น การได้รับวิตามินเอมากเกินไปอาจทำให้ตับอักเสบ หรือการได้รับวิตามินดีมากเกินไปจะทำให้แคลเซียมในเลือดสูงจนไตทำงานล้มเหลวได้
เช็ก “ยาตีกัน” (Drug-Nutrient Interactions)
ผู้สูงอายุมักมีโรคประจำตัวและต้องกินยาประจำ การกินวิตามินเสริมอาจไปรบกวนการทำงานของยาหลักได้ เช่น:
วิตามินเค (Vitamin K): มีฤทธิ์ช่วยให้เลือดแข็งตัว หากกินร่วมกับยาต้านการแข็งตัวของเลือด (เช่น Warfarin) จะไปต้านฤทธิ์ยา ทำให้ยาไม่ได้ผลและเสี่ยงต่อการเกิดลิ่มเลือดอุดตัน
แคลเซียม, ธาตุเหล็ก, ซิงก์: สามารถไปจับตัวกับยาปฏิชีวนะบางกลุ่ม หรือยารักษาโรคไทรอยด์ ทำให้ร่างกายดูดซึมยาหลักได้น้อยลง จนการรักษาไม่ได้ผล
เช็กสัญลักษณ์ความปลอดภัย
เลือกซื้อผลิตภัณฑ์ที่มีเลขทะเบียน อย. ชัดเจน หลีกเลี่ยงยาสมุนไพรหรืออาหารเสริมที่อวดอ้างสรรพคุณเกินจริง เช่น “รักษาหายสารพัดโรค” หรือ “บำรุงไตให้กลับมาแข็งแรง” เพราะบ่อยครั้งมักแอบผสมสารสเตียรอยด์ ซึ่งเป็นอันตรายต่อไตอย่างรุนแรง
สรุป: แนวทางสู่ความปลอดภัย วัยเก๋า
ทางเลือกที่ดีที่สุดก่อนจะเริ่มกินวิตามินเสริมชนิดใดก็ตาม คือการ ตรวจเลือดเช็กระดับวิตามินประจำปี หรือ ปรึกษาแพทย์และเภสัชกร โดยนำรายการยาประจำตัวทั้งหมดไปให้ดูด้วย เพื่อประเมินว่าร่างกายขาดสารอาหารตัวไหนจริงๆ และควรได้รับในปริมาณ (Dosage) เท่าไหร่
เพราะสุขภาพที่ดีไม่ได้สร้างได้ด้วยทางลัดจากเม็ดยา แต่เกิดจากการกินอาหารที่มีประโยชน์ครบหมู่ พักผ่อนให้เพียงพอ และออกกำลังกายอย่างเหมาะสมครับ
เอกสารอ้างอิง (References)
National Institutes of Health (NIH) – Office of Dietary Supplements. Dietary Supplements for Older Adults. ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับความต้องการวิตามินบี 12, วิตามินดี และแคลเซียมที่เปลี่ยนแปลงไปในผู้สูงอายุ รวมถึงความปลอดภัยในการใช้.
Harvard T.H. Chan School of Public Health. The Right Plant-Based Diet for You: Vitamins and Minerals. แนวทางการรับสารอาหารจากอาหารหลักและการพิจารณาใช้วิตามินเสริมอย่างปลอดภัย.
สมาคมผู้สูงอายุแห่งประเทศไทย และราชวิทยาลัยแพทย์ยศาสตร์. แนวทางการดูแลโภชนาการในผู้สูงอายุ. ข้อแนะนำการบริโภคอาหารและสารอาหารที่จำเป็นเพื่อป้องกันภาวะทุพโภชนาการในผู้สูงอายุไทย.
คลังข้อมูลยา คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล. อันตรายจากการเกิดอันตรกิริยาระหว่างยาและอาหารเสริม (Drug-Supplement Interactions). ข้อมูลวิชาการเกี่ยวกับกลไกที่วิตามินและสมุนไพรเข้าไปรบกวนฤทธิ์ของยาแผนปัจจุบันที่ผู้สูงอายุใช้อยู่เป็นประจำ.
ต้องการปรึกษาเภสัชกร แอดไลน์ : @tlepharmacy หรือ คลิ๊ก 

