อาการท้องผูก คือ อาการถ่ายอุจจาระลำบาก ต้องเบ่งและใช้เวลานาน อุจจาระมีลักษณะแข็งมาก หลังจากถ่ายเสร็จแล้วยังปวดท้อง และมีความรู้สึกว่าถ่ายไม่หมด รวมถึงการถ่ายอุจจาระน้อยกว่า 3 ครั้งต่อสัปดาห์
อัตราการเกิดท้องผูกพบได้ประมาณร้อยละ 5 – 20 พบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย โดยเฉพาะผู้หญิงวัยกลางคนขึ้นไป ในกลุ่มที่พบบ่อยอีกกลุ่มก็คือ กลุ่มผู้สูงอายุ โดยอายุมากกว่า 60- 65 ปีขึ้นไป นอกจากนั้นปัจจัยแวดล้อมก็มีผลต่อภาวะท้องผูกได้ เช่น ถิ่นที่อยู่อาศัย สภาพอากาศที่หนาวเย็น รวมถึงฐานะความเป็นอยู่
สาเหตุหลักๆที่ทำให้ผู้สูงอายุท้องผูก ได้แก่
• ระบบย่อยอาหารที่ลดลง
เมื่ออายุมากขึ้น การหลั่งกรดในกระเพาะอาหารจะลดลง ลำไส้เล็กบีบตัวน้อยลง และการเคลื่อนไหวของลำไส้ใหญ่ช้าลง ส่งผลให้อาหารค้างอยู่ในทางเดินอาหารนานขึ้น
• ปัญหาสุขภาพฟันและช่องปาก
เช่น ฟันผุ ฟันปลอมมีปัญหา เหงือกอักเสบ อาจทำให้เคี้ยวอาหารไม่ละเอียด ส่งผลให้เกิดอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ
• ทานอาหารที่มีกากใยน้อย
เป็นที่ทราบกันดีว่าไฟเบอร์จะกระตุ้นการทำงานของลำไส้ หากผู้สูงอายุไม่ชอบทานผัก ผลไม้ ก็จะทำให้ไม่มีกากใยอาหารเพียงพอ จนทำให้อุจจาระเป็นก้อนแข็งได้

• ดื่มน้ำน้อย
น้ำเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ทำให้อุจจาระนิ่ม อ่อนตัว แต่ในผู้สูงอายุโดยเฉพาะผู้ที่มีปัญหาเรื่องปัสสาวะเล็ดหรือกลั้นปัสสาวะไม่ได้ จะดื่มน้ำน้อย หรือไม่ดื่มน้ำระหว่างวัน
• กลั้นอุจจาระ
การขับถ่ายไม่เป็นเวลา หรือมีนิสัยกลั้นอุจจาระ ทำให้ท้องผูกได้
• ความเครียด
โรคซึมเศร้า และภาวะเครียด จะส่งผลให้ร่างกายเคลื่อนไหวน้อยลง การบีบตัวของลำไส้ลดลง
• โรคประจำตัวและยาบางชนิด
การรับประทานยาบางชนิดจะเกิดอาการข้างเคียงคือท้องผูกได้ เช่น ยาแก้ปวดบางชนิด ยาลดความดันโลหิต ยาต้านเศร้า
• ไม่ออกกำลังกาย
การออกกำลังกายที่เพียงพอ จะส่งผลให้ลำไส้เคลื่อนไหวได้มากขึ้น มีแรงดันในลำไส้ใหญ่เพิ่มมากขึ้น ทำให้ถ่ายอุจจาระได้ง่ายขึ้น

วิธีป้องกันและแก้ไขปัญหาท้องผูกในผู้สูงอายุ
- เพิ่มอาหารที่มีกากใย
ผู้สูงอายุควรได้รับกากใยอาหาร 25-60 กรัมต่อวัน เพิ่มช่วยเพิ่มน้ำหนักอุจจาระและช่วยอุ้มน้ำให้อุจจาระนิ่ม อ่อนตัว เคลื่อนไหวได้ง่าย และเนื่องจากผู้สูงอายุมักมีปัญหาเรื่องการบดเคี้ยว จึงควรเลือกปรุงอาหารให้อ่อนนุ่ม เคี้ยวง่าย กลืนง่าย ประเภทต้ม ตุ๋น นึ่ง เช่น ธัญพืชต้มสุก แครอทต้ม บล็อกโคลี่ต้ม ผลไม้สุกจำพวกมะละกอ อะโวคาโด กล้วยหอม ข้าวกล้องหุงจนนิ่ม กะหล่ำปลีตุ๋น แกงจืดผักต่างๆ รวมถึงน้ำผักและผลไม้ปั่นไม่แยกกาก เปลี่ยนจากเนื้อสัตว์ใหญ่ที่ย่อยยากจำพวกเนื้อหมู เนื้อวัว เป็นเนื้อปลา โดยนำไปปรุงแบบต้ม นึ่งแทน
- ดื่มน้ำมากๆ
แนะนำให้ผู้สูงอายุดื่มน้ำวันละ 8-10 แก้ว โดยเป็นน้ำสะอาดอุณหภูมิห้อง หลีกเลี่ยงการดื่มชา กาแฟ น้ำอัดลม และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
- ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
ควรเลือกออกกำลังกายเบาๆ ให้เหมาะกับสภาพร่างกาย เช่น เดินแกว่งแขน โยคะเบาๆ รำมวยจีน หรือวิ่งช้าๆ ตามสมรรถภาพของแต่ละบุคคล โดยการออกกำลังกายจะทำให้ลำไส้มีการเคลื่อนไหว เพิ่มการบีบตัว ทำให้อุจจาระได้ง่ายขึ้น
อ้างอิง
https://www.si.mahidol.ac.th/sidoctor/e-pl/articledetail.asp?id=363
https://www.thebangkokinsight.com/33635
https://www.samitivejhospitals.com
คำสำคัญ : วิตามิน, อาหารเสริม , อาหารทางการแพทย์ , ผู้สูงอายุขับถ่ายยาก , ผู้สูงอายุท้องผูก , ยา